Saturday, November 24, 2012

สูตรลดพุงลดหน้าท้องภายใน 1 เดือน


วันนี้เรามีสูตรมีเทคนิคมาแนะนำสาว ๆ ที่ต้องการลดพุง ลดความอ้วด ลดหน้าท้อง ภายในระยะเวลา 1 เดือน มีดูสิว่าสาว ๆ ต้องปฏิบัติอะไรกันบ้าง

  • ตั้งใจ : เมื่อใดที่ตั้งใจและมุ่งมั่นจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง ในการลดน้ำหนักแล้ว ความตั้งใจนั้นก็เท่ากับเป็นก้าวแรกของความสำเร็จแล้ว
  • ตั้งเป้าหมาย : เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักเพื่อสุขภาพแล้ว ก็ต้องมีการตั้งเป้าหมาย มิเช่นนั้นก็จะเหมือนกับเดินทางโดยไร้จุดหมาย…โดยเริ่มต้นจดบันทึกน้ำหนัก ตัวและรอบเอว และตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ แต่ต้องไม่ต้องเป้าหมายที่สูงมากเกินไป
  • ลงมือทำ : พยามปรับพฤติกรรมการกินที่ไม่ดีประจำวัน จะช่วยให้คุณลดพุงได้ง่ายขึ้น โดย
  1. อย่าพยายามอดอาหาร เพราะนั่นไม่ถูกต้อง การอดอาหารอาจจะทำให้น้ำหนักลดในช่วงแรก แต่ก็จะกลับมาอ้วนได้อีกในตอนหลัง เคล็ดลับการคุมน้ำหนักที่ถูกต้อง คือ กินอาหารให้ครบ 3 มื้อ เน้นมื้อเช้ากินให้อิ่มและครบห้าหมู่ก่อน 9.00 น. กินมื้อเที่ยงตรงเวลา และกินมื้อเย็นก่อน 18.00 น.
  2. คิดก่อนที่จะกิน อย่ากินตามใจตัวเอง เมื่อตั้งใจลดน้ำหนักจริง ๆ ต้องเริ่มเลือกของกิน เลี่ยงของทอด ของมัน ขนมขบเคี้ยว ควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมาก เช่น น้ำอัดลม น้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลมาก กาแฟ หรือช็อกโกแลตเย็น รวมทั้งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย
  3. พยายามหาตัวช่วยในการลดน้ำหนัก แต่ต้องไม่พึ่งยาลดน้ำหนัก เพราะจะส่งผลเสียรุนแรงต่อระบบประสาท และเกิดโยโย่กลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิมเมื่อหยุดยา ตัวช่วยที่ดี ได้แก่ น้ำเปล่า ดื่มน้ำบ่อย ๆ ให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร (8-10 แก้ว) เพื่อร่างกายจะได้นำไปใช้ในการเผาผลาญไขมัน อีกทั้งผักสดก็เป็นตัวช่วยดูดซับไขมันในอาหารที่ดี นอกจากนั้นก็มีผลไม้อย่างฝรั่งหรือแอบเปิ้ล ซึ่งช่วยแก้หิวระหว่างมื้อได้
  • นอนเร็ว ก็ผอมเร็ว : พยายามนอนให้เร็ว นอนตั้งแต่หัวค่ำ หรือไม่เกิน 4 ทุ่ม และต้องนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงาน
เป็นใงบ้างค่ะ วิธีง่ายที่คุณก็ปฏิบัติได้ ลองนำไปปรับใช้ในชีวิติประจำวันกันดูนะค่ะ

Thursday, November 15, 2012

8 นิสัยการทานที่สาว ๆ มักทำพลาด


สาว ๆ บางคนอาจมองข้ามการทานอาหาร ทำให้อ้วนขึ้น หรือไม่สามารถลดน้ำหนักได้สักทีมีดูกันว่า 8 ข้อที่สาว ๆ อาจจะพลาดไปมีอะไรบ้าง

1. ทานเกลือมากไป
  • โดยปกติแล้ว คุณควรได้รับโซเดียมประมาณ 2,300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ถ้าคุณอายุมากกว่า 50 ปีแล้ว คุณไม่ควรรับโซเดียมเกิน 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน เพราะมันอาจนำโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไตมาให้คุณได้ แต่เชื่อหรือไม่ว่า คุณผู้หญิงหลายคนทานโซเดียมมากกว่า 2,300 มิลลิกรัมต่อวันเสียอีก ซึ่งโซเดียมที่ว่านี้ ไม่ได้มาจากการเหยาะเกลือใส่อาหารเพียงอย่างเดียว แต่ส่วนใหญ่มาจากอาหารที่คุณรับประทานในแต่ละมื้อ อย่างพวกอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารปรุงสำเร็จ หรืออาหารแปรรูป พิสูจน์ง่าย ๆ เลยก็คือ เวลาที่คุณจะซื้ออาหารอะไรก็ลองอ่านส่วนผสมด้านหลังกล่องดูสิจ๊ะ แล้วคุณจะเซอร์ไพรส์กับปริมาณโซเดียมที่ผสมอยู่ล่ะ 
  • ทางแก้ : ไม่ยากเลยหากจะหลีกเลี่ยงโซเดียม เพียงแค่คุณทานอาหารสดให้มากขึ้น อย่างเช่น ซื้อกับข้าวมาทำอาหารทานเองที่บ้าน มันจะช่วยให้คุณควบคุมปริมาณเกลือได้ นอกจากนั้นแล้ว ควรเลี่ยงการทานอาหารแปรรูป หรืออาหารพร้อมทานที่บรรจุห่อมาแล้ว เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแช่เย็น ขนมกรุบกรอบบรรจุถุง ฯลฯ เพราะนี่แหละที่เต็มไปด้วยโซเดียม
2. กินน้ำตาลมากเกิน
  • ในหนึ่งวันเราควรทานน้ำตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา หรือประมาณ 24 กรัม แต่ถ้าสาว ๆ คนไหนชอบดื่มกาแฟวันละ 2-3 แก้ว เติมน้ำตาลทีละ 2-3 ก้อน คุณก็ได้รับน้ำตาลเกินปริมาณไปแล้วล่ะ ยังไม่รวมถึงอาหารที่คุณรับประทานระหว่างวันอีก แถมน้ำตาลยังซ่อนอยู่ในส่วนผสมบางอย่างที่เราใส่ในอาหารอย่างคาดไม่ถึงด้วย แล้วแบบนี้จะไม่ให้ทานน้ำตาลเกินความต้องการได้อย่างไรนะ 
  • ทางแก้ : ก่อนอื่นคุณควรจะรู้ด้วยว่า น้ำตาลถูกใส่มาในรูปแบบไหนบ้าง เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่บริโภคมากเกินไป ซึ่งนอกจากน้ำตาลก้อน น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดง ยังมีน้ำเชื่อมข้าวโพด น้ำผึ้ง ข้าวบาร์เลย์ แป้ง ซีเรียล รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใส่ในอาหารอย่าง ซอส น้ำสลัด ที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ เครื่องดื่มกระป๋อง หรือเครื่องดื่มบรรจุขวดทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม น้ำผลไม้ ชามะนาว กาแฟเย็น เครื่องดื่มชูกำลัง ฯลฯ มีน้ำตาลผสมอยู่ทั้งนั้น รู้แล้วก็ข้าม ๆ ไปบ้างนะ 
3. เมิน "ไฟเบอร์"
  • ไฟเบอร์ ตัวช่วยชั้นยอดที่ช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนาน เมื่ออิ่มนาน คุณก็จะไม่รู้สึกหิวจนทานอาหารมากเกินความต้องการของร่างกาย ดังนั้น มันจึงช่วยควบคุมน้ำหนักให้คุณได้ด้วย นอกจากนี้ ไฟเบอร์ยังช่วยไม่ให้ท้องผูก ลดความเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ เบาหวาน รวมทั้งมะเร็งลำไส้ เห็นประโยชน์ดี ๆ ขนาดนี้แล้ว ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ที่สาว ๆ ทานไฟเบอร์น้อยเกินไป เพียง 10-15 กรัมต่อวันเท่านั้น ทั้งที่เราควรทานไฟเบอร์ประมาณ 25 กรัมต่อวัน 
  • ทางแก้ : เมื่อทานน้อยไปก็ต้องทานเพิ่มแล้วล่ะ คุณอาจจะโรยถั่วลงไปบนสลัดผัก หรือพาสต้าของคุณ เพื่อเพิ่มปริมาณไฟเบอร์ แต่ที่สำคัญ ห้ามลืมทานผักและผลไม้ซึ่งมีไฟเบอร์สูง อย่าง แอปเปิล มันฝรั่ง รวมทั้งธัญพืชพวกโฮลเกรนต่าง ๆ มันจะช่วยเพิ่มไฟเบอร์ให้คุณ อย่าลืมนะว่า ทานไฟเบอร์มาก ๆ จะทำให้น้ำหนักคุณลดลงได้ด้วย 
4. มองข้ามโปรตีน
  • โปรตีนสำคัญมากสำหรับผู้หญิง และการลดน้ำหนัก โดยทั่วไปเราควรทานโปรตีนประมาณ 46 กรัมต่อวัน แต่หลายคนพยายามลดความอ้วน จึงทานโปรตีนน้อยไปด้วย เพราะกลัวว่ามันจะทำให้อ้วน แต่คุณสาว ๆ รู้ไหมว่า การทานโปรตีนน้อยเกินไปจะทำให้คุณหิวเร็ว ซึ่งความหิวนั่นแหละอาจทำให้คุณไม่สนใจอะไรทั้งนั้น จนหยิบอาหารที่ไม่มีประโยชน์ทานเอาได้ง่าย ๆ อย่างเช่นพวกขนมกรุบกรอบทั้งหลายนั่นไง แล้วหลังจากนี้ น้ำหนักก็จะขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ
  • ทางแก้ : ผู้หญิงควรทานโปรตีนให้ได้ทุกมื้อ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นเนื้อสัตว์ทุกมื้อก็ได้นะ (เพราะอาจทำให้คุณอ้วนได้) ให้เลือกทานโปรตีนจากอาหารประเภทอื่น ๆ เช่น ไข่ โยเกิร์ตไขมันต่ำ อาหารประเภทถั่ว ชีสไขมันต่ำ เนยถั่ว โดยอาจจะผสมลงไปในมื้ออาหารนั้น ๆ ของคุณ และอย่าลืมโรยถั่วลงบนสลัด หรือซุปของคุณด้วย เพื่อจะได้ทานโปรตีนให้มากขึ้น 
5.ทานเนื้อแดง และอาหารแปรรูปมากเกินไป
  • แม้ว่าเนื้อสัตว์จะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด แต่จากการศึกษาของ American Cancer Society พบว่า เนื้อแดง และอาหารแปรรูป อย่างเช่น ไส้กรอก เบคอน มีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง อย่างเช่นมะเร็งลำไส้ เพราะฉะนั้น การทานเนื้อแดง หรืออาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์เหล่านี้มากเกินไป มีแต่ผลเสียมากกว่าแน่ ๆ 
  • ทางแก้ : อย่าให้เนื้อสัตว์เป็นอาหารจานหลักของคุณ โดยคุณอาจเลือกทานผักสลัด แล้วสไลด์เบคอน หรือไส้กรอกลงไปผสมเล็กน้อย พูดง่าย ๆ ก็คือ ให้อาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์เหล่านี้เป็นเพียงส่วนประกอบของอาหารเท่านั้น เพื่อที่คุณจะได้ทานผักมากกว่าอาหารแปรรูป และเลือกทานพืชจำพวกถั่วให้มากขึ้น เพื่อให้ได้รับโปรตีนเพียงพอ
6.ดื่มน้ำไม่พอ
  • ใคร ๆ ก็รู้ว่าควรจะดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว ซึ่งไม่ใช่แค่น้ำเปล่าจากแก้วเท่านั้น ยังรวมถึงน้ำในผัก ผลไม้ หรือในอาหารแต่ละมื้อด้วย ว่าแต่คุณสาว ๆ ทำได้แบบนี้หรือเปล่าล่ะ รู้ไหมเอ่ย การดื่มน้ำน้อยไปจะทำให้คุณหิวเร็วขึ้นนะ แถมยังมีผลต่อประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันซะด้วย แบบนี้แย่แน่ ๆ 
  • ทางแก้ : ก่อนทานอาหารแต่ละมื้อ แนะนำให้ดื่มน้ำก่อน 1 แก้ว เพื่อคุณจะได้อิ่มเร็ว และระหว่างวันก็อย่าลืมจิบน้ำบ่อย ๆ ไม่ควรดื่มรวดเดียว นอกจากนั้นแล้ว เรายังสามารถทานผลไม้เพื่อให้ได้น้ำด้วย ไม่ว่าจะเป็นเบอร์รี่ ใบมินต์ ผลไม้จำพวกส้ม หรือแตงกวาหั่นชิ้น ก็มีน้ำให้คุณด้วยเช่นกัน
7.ไม่จำกัดคาร์โบไฮเดรต
  • ไม่ปฏิเสธว่า คาร์โบไฮเดรตเป็นอาหารหลักที่ช่วยเติมพลังงานให้คุณ แต่รู้ไหมว่า จริง ๆ แล้ว 45-65% ของแคลอรี่ที่คุณได้รับทั้งวันมาจากคาร์โบไฮเดรตทั้งนั้นแหละ ซึ่งเป็นเพราะคุณทานคาร์โบไฮเดรตมากไป แล้วร่างกายขจัดออกไม่หมด ไม่ใช่แค่ขนมปัง ข้าว พาสตาที่ให้คาร์โบไฮเดรตเท่านั้นนะ แต่ยังมีคาร์โบไฮเดรตในอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลาย อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช หรือพืชจำพวกถั่วที่เป็นฝักอีกด้วย 
  • ทางแก้ : จำกัดการรับประทานคาร์โบไฮเดรตเสียหน่อย โดยเฉพาะคาร์โบไฮเดรตที่ได้จากอาหารแปรรูป เช่น ขนมปังขัดขาว ขนมอบทั้งหลาย ให้ไปเลือกทานพวกข้าวโอ๊ต ถั่ว ผัก ผลไม้สด รวมทั้งโฮลเกรนอย่างเช่น ขนมปังโฮลวีท แซนด์วิชโฮลวีท ข้าวกล้อง น่าจะดีกว่า
8. ปฏิเสธมื้อเช้า
  • นี่เป็นข้อผิดพลาดข้อสำคัญของคุณสาว ๆ หลายคนเลยล่ะ คนส่วนหนึ่งมักจะมองข้ามอาหารเช้าไป ก็แหม...ตื่นก็สาย กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ต้องรีบออกจากบ้านไปทำงานแล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาทานอาหารเช้าล่ะจริงไหม? ข้ออ้างแบบนี้ล่ะค่ะ ทำให้คุณพลาดอาหารมื้อสำคัญที่สุดไป ซึ่งมีผลการศึกษาระบุชัดว่า คนที่ไม่ทานอาหารเช้ามีแนวโน้มจะมีน้ำหนักเกินมากกว่าคนที่ทานอาหารเช้าด้วยนะ เพราะมันจะทำให้คุณขาดพลังงานที่จะไปเบิร์นแคลอรี่ 
  • ทางแก้ : ไม่ว่าจะยุ่งขนาดไหน คุณต้องจัดสรรเวลามาทานอาหารเช้าให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมงหลังตื่นนอน หากไม่ชอบทานอาหารในมื้อเช้าก็อาจเลือกทานของทานง่าย ๆ เช่น กล้วย โยเกิร์ตไขมันต่ำ เพื่อช่วยให้คุณได้รับพลังงานบ้าง และอาจนำอาหารจำพวกโปรตีน ไฟเบอร์ และไขมันอย่างละนิด ๆ หน่อย ๆ ไปทานระหว่างนั่งทำงาน จะช่วยทำให้คุณอิ่มขึ้น 
เห็นไหมละค่ะ 8 นิสัยที่ทำให้สาว ๆ ลดน้ำหนัก ลดความอ้วนยาก สาว ๆ ท่านใดอ่านแล้วมีนิสัยตรงตามข้อใดก็นำไปปรับในชีวิติประจำวันให้ได้นะค่ะ รับรองช่วยให้ลดน้ำหนักได้แน่นอน

Thursday, November 8, 2012

6 วิธีลดหน้าท้อง ที่ช่วยให้สาว ๆ มีหน้าท้องแบนเรียบ

6 วิธีลดหน้าท้อง

สาว ๆ ที่รู้สึกไม่มั้นใจในสรีระของตัวเอง รู้สึกอึดอัดรู้สึกอ้วน ไปไหนมาไหนไม่มั่นใจในตัวเอง เรามีวิธีง่าย ๆ ที่ทำให้พุงยุบ หน้าท้องแบนเรียบ มาแนะนำดังนี้ค่ะ
1.ใช้ฟิตเนสบอลเป็นตัวช่วย การนั่งบนลูกบอลฟิตเนสลูกโต ๆ แม้จะลำบากเอาการกว่าจะทรงตัวบนลูกบอลได้ แต่ลำบากอย่างนี้แหละค่ะ จะช่วยให้เราเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณท้องไปโดยอัตโนมัติ เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณสาว ๆ นั่งดูทีวี ก็ลองเปลี่ยนเก้าอี้มาเป็นลูกบอลฟิตเนสดูดีกว่า รับรองว่าหน้าท้องหายไปแน่นอน ถ้าจะให้เห็นผลยิ่งขึ้น ลองหลับตาด้วยขณะทรงตัวบนลูกบอล เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อทำงานหนักขึ้นในการรักษาความสมดุลนั่นเอง

2.เล่นโยคะ การเล่นโยคะนอกจากจะช่วยให้ร่างกายสมดุล มีสุขภาพดีแล้ว บางท่าของโยคะยังสามารถลดหน้าท้องได้ด้วย โดยขั้นแรกให้นอนหงาย มือประสานกันใต้ศีรษะ วางเท้าชิด จากนั้หายใจเข้า หายใจออก ยกลำตัว ยกขาซ้ายขึ้น 45 องศา ขาตรง ไม่งอเข่า เกร็งหน้าท้อง ไม่กลั้นหายใจ ค้างไว้ แล้วหายใจเข้า-ออก 5–10 วินาทีก่อนวางขาลง จากนั้นให้ทำสลับกับขาขวาเช่นเดียวกัน ทำซ้ำไปมา 2-3 ครั้ง แล้วให้หายใจเข้า หายใจออก ยกทั้งสองขาและลำตัวค้างไว้ หายใจเข้าออก 10 วินาที แล้วลดลง

3.มาเต้นกันดีกว่า ทราบไหมคะว่า การเต้นหนึ่งชั่วโมงจะสามารถเผาผลาญได้ถึง 400 แคลอรี่ แถมยังจะช่วยให้คุณสาว ๆ มีเชฟเป็นทรวดเป็นทรงมากขึ้นด้วย หรือใครอยากลดหน้าท้องจริง ๆ ก็หัดเต้น Belly Dance ไปเลยค่ะ

4.แขม่วหน้าท้อง แขม่วท้องเป็นการออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้ตลอดเวลา แถมยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อหน้าท้อง ช่วยให้ร่างกายใช้พลังงานตลอดเวลาด้วย ลองแขม่วท้องให้ติดเป็นนิสัยดูสิ รับรองว่ากล้ามเนื้อจะกระชับขึ้น แถมยังช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้นด้วยล่ะ

5.ซิทอัพ+ออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ หลายคนเข้าใจว่า การซิทอัพจะช่วยให้หน้าท้องแบนเรียบ แต่จริง ๆ แล้ว การซิทอัพแค่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อหน้าท้องเท่านั้นเองค่ะ แต่ไขมันยังคงอยู่ เพราะฉะนั้น ควรซิทอัพผสมกับการออกกำลังแบบคาร์ดิโอ เช่น วิ่งจ้อกกิ้ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3 วันต่อสัปดาห์ เพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญไขมันออกไป

6.นอนให้เร็วขึ้น รู้ไหมคะว่า การเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำไม่ให้เกิน 4 ทุ่ม จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่ช่วยเผาผลาญพลังงานออกมา เป็นวิธีที่จะช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินออกได้อย่างง่ายดาย และถ้าจะให้ดี ควรนอนหลับให้ได้ไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมงต่อวันด้วยล่ะ

เพียง 6 ข้อนี้ก็ช่วยให้หน้าท้องแบนเรียบ ยังใงก็ลองปฏิบัติตามอย่างต่อเนื่องดูนะค่ะ รับลองได้ผล 100%

สูตรลดนน้ำหนักได้ผลภายใน 7 วัน


สาว ๆ ท่านใดที่อยากทดลองลดน้ำหนักด้วยสูตรนี้ วิธีปฏิบัติมีง่าย ๆ ด้งต่อไปนี้


วันที่ 1
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับผักต้ม
  • มื้อเย็น : สเต็กกับสลัดผักน้ำใส และผลไม้ 
วันที่ 2
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น 
  • มื้อกลางวัน : สเต็กหรือเนื้อหมู เนื้อวัวย่างก็ได้ กับสลัดผักเขียวและผลไม้ 
  • มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้ 
วันที่ 3
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 2 แผ่น 
  • มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 2 ฟอง และสลัดกับแครอท 
  • มื้อเย็น : แฮมแผ่นต้มปริมาณเท่าใดก็ได้ 
วันที่ 4
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาลกับขนมปังโฮลวีต 1 แผ่น 
  • มื้อกลางวัน : ไข่ต้ม 1 ฟองกับแครอทต้ม 
  • มื้อเย็น : ผลไม้และโยเกิร์ตรสธรรมชาติ 
วันที่ 5
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน : ปลาเผาหรือปลาย่างกับผักต้ม 
  • มื้อเย็น : สเต็ก หรือเนื้อย่างไม่ติดมัน กับสลัดผักสดน้ำใส 
วันที่ 6
  • มื้อเช้า : ชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน : ไก่ย่างไม่ติดหนัง
  • มื้อเย็น : ไข่ต้ม 2 ฟอง กับแครอทต้ม 
วันที่ 7
  • มื้อเช้า : กาแฟหรือชาบีบมะนาว แต่ไม่ใส่น้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน : ผลไม้อะไรก็ได้ในปริมาณต้องการ 
  • มื้อเย็น : อะไรก็ได้ทุกอย่างที่อยากทาน ไม่จำกัดปริมาณ
เป็นใงบ้างค่ะ สูตรลดน้ำหนักภายใน 7 วัน วิธีนี้ก็คงไม่ยากเกินความสามารถของสาว ๆ ที่อยากลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ยังใงก็ลองนำไปปฏิบัติตามดูนะค่ะ ได้ผลแน่ 100%

Tuesday, November 6, 2012

สูตรลดน้ำหนักได้ผลภายใน 3 วัน


สูตรลดน้ำหนักอย่างเร่งด่วนเห็นผลได้ภายใน 3 วัน โดยสาว ๆ ทุกท่านที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่ 2 แก้ว ก่อนรับประทานอาหารทุกมื้อค่ะ และต้องรับประทานอาหารดังนี้

วันที่ 1 ตื่นมา ถ่ายให้หมด และ ดื่มน้ำสะอาด 1 ลิตร
  • มื้อเช้า : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ส้มขนาดกลางหวานไม่มาก + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน : ไอศกรีม รสวนิลา 1 ลูก +แครอท น้ำบุรูท ประมาณ 50 กรัม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อเย็น : ปลาทูน่า + มะเขือเทศ สีดา 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 


วันที่ 2
  • มื้อเช้า :แก้วมังกร + แฮม 2 แผ่น + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน :ไข่ต้มกินไข่ขาว + ถั่วฝักยาว ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อเย็น : ผักกาดต้ม + แคนตาลูบ ต้ม + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
วันที่ 3
  • มื้อเช้า : ปลาทูน่า + ส้มเขียวหวาน ขนาดเล็ก 1 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อกลางวัน :แกงส้ม กินแต่ผัก + กินเปลือกกุ้ง + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล 
  • มื้อเย็น : ขนมปังปิ้งจนแห้ง + ลูกพรุนแห้ง 2 ผล + ดื่มชา หรือกาแฟ ไม่มีน้ำตาล
เห็นไหมค่ะ  เพียงสามวันถ้าสาว ๆ ท่านใดทดลองปฏิบัตตามรับรองได้ผลแน่นอน ระหว่างสามวันนี้อย่ารับประทานอาหารมัน หรือ อาหารทอด ๆ นะค่ะ เดียวน้ำหนักไมลดนะค่ะ ^_^

Monday, November 5, 2012

วิธีลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ได้ผลจริง 100%



วิธีง่าย ๆ สำหรับสาว ๆ ที่อยากผอมหุ่นดี เพียงแค่มีความมั่นใจ เลือกทดลองทำตามข้อที่เหมาะสมกับตัวคุณ รับรองได้ผลแน่ ๆ

1.รับประทานผัก-ผลไม้มาก ๆ
- อย่าละเลยการรับประทานผัก-ผลไม้เด็ดขาดค่ะ เพราะผักผลไม้มีทั้งเส้นใย และสารอาหารต่าง ๆ ที่ดีกับคุณสาว ๆ แถมทานมากเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนด้วย

2. หลีกเลี่ยงการทานอาหารทอด ๆ และติดมัน
- อาหารทอด ๆ มาพร้อมกับน้ำมันที่จะมาทำให้คุณอวบอั๋นขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย เช่นเดียวกับอาหารเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น กุนเชียง หมูสามชั้นทอดกรอบ หนังไก่ กากหมู ถ้าไม่อยากอ้วน อดใจไว้ค่ะ

3.ทานดาร์กช็อกโกแลต
- ใช่ค่ะ คุณหูไม่ฝาด เรากำลังแนะนำให้คุณทานช็อกโกแลต แต่ไม่ใช่ว่าช็อกโกแลตทั่ว ๆ ไปก็ทานได้หรอกนะคะ ต้องเป็นดาร์ก ช็อกโกแลตเท่านั้น ถึงจะมีสารแอนตี้ออกซิเดนท์ และเป็นประโยชน์กับร่างกายของคุณสาว ๆ

4. ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย
- แทบจะทุกบทความ ที่แนะนำให้คุณดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8-12 แก้ว เพราะน้ำจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญ จึงช่วยกำจัดไขมันส่วนเกินให้คุณด้วย ซ้ำยังช่วยให้คุณอิ่มเร็วขึ้นด้วย หากคุณดื่มน้ำ 1 แก้ว ก่อนทานอาหารทุกครั้ง แต่อย่าชะแว้บ! ไปมอง "น้ำอัดลม" หรือ "น้ำผลไม้" เชียว ยกเว้น "น้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง" ที่เราแนะนำให้คุณดื่มได้

5.ดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้วหลังตื่นนอน จำ และทำให้เป็นนิสัย
- เพราะการดื่มน้ำอย่างน้อย 1 แก้ว ทันทีหลังจากที่คุณเพิ่งตื่นนอน จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็ว และยังจะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายทั้งหนักทั้งเบา ทำงานได้อย่างคล่องตัว

6.ทานอาหารเช้า
- จำได้ไหมว่า อาหารเช้าคืออาหารมื้อสำคัญที่สุดของวัน ถ้าหากคุณสาว ๆ พลาดอาหารเช้าในช่วงเวลา 6.00-10.00 น.ไปล่ะก็ คุณอาจจะรู้สึกหิวในมื้อต่อ ๆ ไปมากขึ้น ทีนี้ล่ะ คุณอาจจะเผลอตัวเผลอใจสวาปามอาหารที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่ยั้ง แล้วจะลดน้ำหนักได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

7.กินเพื่ออยู่ ไม่ใช่อยู่เพื่อกิน
- การไดเอท ไม่ได้สำคัญที่ว่าคุณทานอะไรเข้าไป แต่สำคัญที่ว่า ทำไมคุณถึงทานเข้าไปต่างหาก ฉะนั้นแล้ว หากใครชอบกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์ เพียงเพื่ออยากทานสิ่งนั้น จงเปลี่ยนพฤติกรรมด่วนค่ะ ทานให้แต่พออิ่มจะดีกว่า และควรทานเมื่อเวลาที่หิวจริง ๆ

8.ออกกำลังกายสำคัญสุด ๆ
- แน่นอนว่า หนึ่งในวิธีที่คนทั่วโลกแนะนำก็คือ การออกกำลังกายนี่แหละ เพราะมันจะช่วยรักษาน้ำหนักให้คงที่ในระยะยาวได้ แถมยังจะช่วยให้คุณเผาผลาญแคลอรีให้กลายเป็นพลังงานได้คราวละมาก ๆ ด้วย หากคุณสาว ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลองหาเวลาเดินวันละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 วัน นอกจากคุณจะควบคุมน้ำหนักได้ดีแล้ว ยังจะมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงอีกด้วยล่ะ

9.หาเพื่อนร่วมอุดมการณ์ไดเอท
- เขาว่า "คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย" ใช่ไหมล่ะ เพราะฉะนั้น อย่ามาท้อแท้กับการไดเอทเพียงลำพังเลย ลองหาเพื่อนที่มีแนวคิดเดียวกัน แล้วชวนมาลดความอ้วนด้วยกันดีกว่า เพราะการมีเพื่อนหัวอกเดียวกัน จะทำให้คุณมีกำลังใจขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

10.อย่ากักตุนอาหารในตู้เย็น
- สาว ๆ มักจะชอบซื้ออะไรต่อมิอะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็น อ้างว่าเตรียมไว้รับรองแขกบ้าง ไว้เลี้ยงเพื่อนบ้างล่ะ แต่สุดท้ายก็มักจะเหลือเต็มตู้เย็น จนคุณสาว ๆ นั่นแหละต้องมาทานเอง เพราะฉะนั้น หากไม่อยากอ้วน กำจัดของกินในตู้เย็นโดยด่วน คุณจะได้ไม่เผลอหยิบติดมือมาทานได้ง่ายเกินไปนั่นเอง แต่ถ้าอยากจะมีอาหารติดในตู้เย็น แนะนำว่า ผักผลไม้ และบรรดาอาหารเพื่อสุขภาพทั้งหลายจะเวิร์กที่สุดค่ะ

11.อย่ากินไป ดูทีวีไป
- รู้หรอกน่า ว่าคุณสาว ๆ ชอบกินนั่น กินนี่ กินจุบกินจิบทั้งวันไม่เป็นเวลา โดยเฉพาะเวลานั่งดูโทรทัศน์ หรือนั่งอ่านหนังสือ มักจะหาอะไรติดไม้ติดมือเข้าปากเป็นประจำ แต่นั่นแหละค่ะ การที่คุณสาว ๆ หยิบคุ้กกี้บ้าง ขนมปังกรอบบ้าง มันฝรั่งทอดบ้าง เข้าปากแต่ละที คุณจะเพลินจนลืมเรื่อง "อ้วน" ไปชั่วขณะเลยทีเดียว

12.ใส่ใจ "ข้าวกล้อง" กันให้มากขึ้น
- ปกติเรามักจะชินกับการรับประทาน "ข้าวขาว" ซึ่งจะได้เพียงแค่คาร์โบไฮเดรตเท่านั้น แต่หากคุณเปลี่ยนมาทาน "ข้าวกล้อง" แทน คุณจะได้ทั้งคาร์โบไฮเดรต วิตามิน เกลือแร่มากมายจากเยื่อหุ้มและจมูกข้าวที่ไม่ได้ถูกขัดสีออกไป

13."น้ำตาล" และ "เกลือ" จอมวายร้าย "น้ำตาล"
- เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณมีปัญหาเรื่องน้ำหนัก เพราะฉะนั้นบรรดาของหวาน ลูกอม น้ำอัดลม เค้กต่าง ๆ จงงดเสีย!!! ให้ดื่มน้ำมะนาวแทน หรือทานน้ำตาลที่มาจากผลไม้จะดีกว่า เช่นเดียวกับ "เกลือ" ที่เราควรได้รับโซเดียมวันละไม่เกิน 1 ช้อนชาเท่านั้น แต่เกลือ หรือโซเดียมที่ผสมอยู่ในขนมต่าง ๆ อาหารฟาสต์ฟู้ดส์ รวมทั้งซุปที่ทานเข้าไปในแต่ละวัน ล้วนเกินปริมาณที่กำหนด จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง และทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพมากมายตามมาได้ เพราะฉะนั้น ลดซะ!!!

14.ระวัง!!! สลัดน้ำข้น
- คุณสาว ๆ หลายคนอาจสงสัย ทำไมทานสลัดอยู่ทุกวัน ๆ ยังอ้วนอีก เพราะลืมไปว่า ตัวเองทานผักสลัดกับสลัดน้ำข้นนั่นไงล่ะ รู้ไหมว่า สลัดน้ำข้นนั้นอุดมไปด้วยครีมนม และไขมันนม ซึ่งหากรับประทานเข้าไปมาก ๆ แม้จะทานกับผักก็เถอะ ร้อยทั้งร้อย "อ้วน" อย่างไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ



15.สรรหาจานสีเข้ม ๆ
- มีผลการศึกษาระบุว่า การใช้จานอาหารสีสดใสจะช่วยกระตุ้นให้คุณอยากทานอาหารมากขึ้น กลับกันหากคุณใช้จานอาหารสีเข้ม ๆ โดยเฉพาะสีน้ำเงิน จะทำให้คุณลดความอยากอาหารลงไปได้ และนี่เองจะช่วยสกัดกั้นไม่ให้คุณทานมาก จะได้ไม่ต้องลดน้ำหนักอย่างเอาเป็นเอาตายภายหลังอย่างไรล่ะคะ

16. ใช้ภาชนะให้เล็กลง
- นอกจากใช้ภาชนะสีเข้ม ๆ แล้ว การเปลี่ยนจานให้เล็กลง ก็เป็นวิธีทางจิตวิทยา ที่ทำให้เรารู้สึกว่า อาหารมีปริมาณมากขึ้น ทำให้เรารู้สึกอิ่มได้เร็ว ไม่อยากหาอะไรทานอีก

17.ลด "ชา" , "กาแฟ" , "ครีมเทียม"
- การรับประทาน "ชา" , "กาแฟ" มากกว่าสองแก้วต่อวัน อาจทำให้คุณอ้วนได้ โดยเฉพาะหากใครชอบใส่ "ครีมเทียม" ในกาแฟ จะทำให้คุณได้รับแคลอรี่มากขึ้นโดยไม่รู้ตัว รวมทั้งกาแฟสดทั้งหลายด้วยล่ะ

18.เคี้ยวช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม
- การเคี้ยวอาหารช้า ๆ และเคี้ยวอย่างละเอียด ช่วยคุณสาว ๆ ลดความอ้วนได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะจะทำให้สมองมีเวลาที่จะส่งสัญญาณไปบอกให้ท้องรู้สึกอิ่มได้แล้ว กลับกันคนที่เคี้ยวเร็ว กินเร็ว จะไม่รู้สึกอิ่มแม้ทานอาหารหมดจานแล้ว และเมื่อท้องไม่อิ่ม คุณสาว ๆ ก็มักจะมองหาของหวานตบท้ายมื้ออาหาร ซึ่งจะนำความอ้วนมาสู่ร่างกายของคุณอย่างชัวร์ ๆ

19.หลีกเลี่ยงไข่แดง ให้ทานไข่ขาว
- ไข่แดง อุดมไปด้วยคอเลสเตอรอล ที่เป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจ และโรคอ้วน แต่ไข่ขาวไม่มีคอเลสเตอรอล ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไข่แดง หรือทานในปริมาณน้อย และหันมาทานไข่ขาวแทน นอกจากนี้ หากวันไหนทานไข่มาก ๆ ก็ควรงดการทานอาหารที่มีไขมันสูงในมื้ออื่น ๆ ของวันเดียวกันด้วย เพื่อไม่ให้มีคอเลสเตอรอลสะสมในร่างกายมากเกินไป

20.อย่าให้รางวัลตัวเอง ด้วยการไปทานอาหาร
- สอบผ่าน! โปรเจกท์ผ่าน! พรีเซนต์งานผ่าน! ไปฉลองกันดีกว่า!!! หยุดความคิดนี้เลยค่ะ เพราะการที่คุณให้รางวัลกับความสำเร็จของตัวเอง ด้วยการไปรับประทานอาหารตามใจปาก อาจทำให้คุณอ้วนได้เหมือนกัน ทางที่ดีให้รางวัลกับตัวเองด้วยการทำสิ่งที่ตัวเองปรารถนา ยกเว้นเรื่องกิน!!! เช่น ไปช้อปปิ้ง ไปเที่ยวพักผ่อน นวดหน้า ทำผม ขัดผิว ฯลฯ จะดีที่สุดค่ะ

21.จำไว้ อย่าอด
- ใช่ว่า การไดเอทคือการอดอาหาร เพราะยิ่งคุณอดอาหารเท่าไหร่ จะมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด แถมยังทำให้คุณหิวมากขึ้นมากขึ้น จนทำให้คุณสามารถทานได้มากกว่าปกติในมื้อต่อไป

22.แบ่งทานบางส่วน ไม่ต้องทานให้หมด
-  สาว ๆ หลายคนบ่นเสียดายอาหารที่อยู่ตรงหน้า ไม่อยากเหลือทิ้งไว้ แต่สำหรับกฎเกณฑ์ของการลดความอ้วน คุณไม่จำเป็นต้องทานหมดหรอกค่ะ โดยคุณควรจะแบ่งอาหารในจานไว้ 4 ส่วน แล้วทานเพียงแค่ 3 ส่วนก็เพียงพอแล้ว

 23.อย่าทานอะไรหลังมื้อเย็นอีก
- ไม่ดีแน่ หากคุณทานขนม หรืออาหารอะไรหลังจากคุณทานอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ทางที่ดีคือ ควรจะให้ร่างกายได้พักผ่อนจากการย่อยอาหาร แล้วไปเริ่มทำงานใหม่ในมื้อเช้าของวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า

24.นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
- ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะว่า หากคุณพักผ่อนนอนหลับไม่เพียงพอ อาจจะมีผลกระทบต่อฮอร์โมนเลปติน ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมความอยากอาหาร ดังนั้น อาจทำให้คุณยับยั้งชั่งใจในการรับประทานไม่อยู่ และอ้วนขึ้นได้ นอกจากนี้ หากคุณนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว ก็สามารถช่วยให้ร่างกายกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปได้เช่นกัน

25. ทานหลาย ๆ มื้อ (เล็ก ๆ) ในหนึ่งวัน
- ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า การทานอาหาร 4-5 มื้อเล็ก ๆ ในแต่ละวัน จะช่วยควบคุมระบบการเผาผลาญ และความอยากอาหารได้ดีกว่าการทานอาหารมื้อปกติ 3 มื้อ โดยระหว่างมื้ออาหาร คุณอาจทานสแน็ก หรือผลไม้ เพื่อให้คุณอิ่ม และไม่หิวมากจนกระทั่งถึงมื้อต่อไป ทีนี้ในมื้อต่อไป คุณก็จะทานอาหารได้น้อยลงแล้ว

 
 26. โปรตีน ตัวช่วยลดความอ้วนในทุก ๆ มื้อ
-  มีคำแนะนำให้ในแต่ละมื้ออาหารต้องมีอาหารประเภทโปรตีนผสมด้วย เพราะโปรตีนจะช่วยคงสภาพกล้ามเนื้อ และกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดีขึ้น โดยโปรตีนที่แนะนำก็คือ อาหารจำพวกถั่ว นม โยเกิร์ตนั่นเอง

 27.เผ็ดหน่อย อร่อยดี
-  การศึกษาพบว่า "พริก" ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย และช่วยในการเผาผลาญ จึงมีประโยชน์เรื่องการควบคุมน้ำหนัก นอกจากนี้ การกินพริก จะไม่ทำให้รู้สึกอยากกินหวานอีก รับรองว่า กินพริกแล้ว ลืมเรื่องความอ้วนไปได้เลย

 28.ดื่มชาเขียว
-  มหาวิทยาลัยสวิสเซอร์แลนด์พบว่า การดื่มชาเขียวเป็นทางหนึ่งที่ช่วยลดน้ำหนัก เพราะจะช่วยเรื่องการเผาผลาญแคลอรี่ได้ ดังนั้นควรพยายามดื่ม 3 ถ้วยต่อวัน แต่ขอเตือนไว้ก่อนว่า ต้องเป็นชาเขียวบริสุทธิ์จริง ๆ ไม่ใช่ชาเขียวในขวดที่มีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก แบบนี้ลดความอ้วนไม่ได้แน่นอนค่ะ

 29. ดื่มนม ก็ช่วยลดความอ้วน
-  หากไม่ชอบดื่มชาเขียว จะลองหันมาดื่มนมก็ช่วยลดความอ้วนได้ เพราะนมเป็นแหล่งอุดมไปด้วยแคลเซียม ซึ่งมีการศึกษาพบว่า การที่ร่างกายได้รับวิตามินดีและแคลเซียมสูง จะช่วยให้น้ำหนักของเราลดลงได้ แถมนมยังทำให้เรารู้สึกอิ่มจนไม่อยากทานอาหาร หรือเครื่องดื่มอะไรที่มีน้ำตาลด้วย

30.อ่านฉลากรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ด้วยล่ะ
- ก่อนซื้ออาหารหรือเครื่องดื่ม ลองอ่านรายละเอียดที่ติดอยู่ข้างผลิตภัณฑ์ หีบห่อ ฯลฯ ดูก่อนทุกครั้ง เพราะมันจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีแคลอรีสูง หรือไขมันสูงได้ แต่ขอย้ำว่า ยามใดที่ไปซุปเปอร์มาร์เก็ต ควรหลีกเลี่ยงการไปเดินในบริเวณที่ขายคุ้กกี้ พิซซ่าแช่แข็ง และไอศกรีม เพราะคุณอาจจะไม่ทันได้อ่านฉลากข้างกล่องก็ซื้อมันได้ง่าย ๆ เพราะติดใจในความอร่อยของมันนั่นเอง

31..จดบันทึกประจำวันให้เป็นนิสัย
- แต่ละวันคุณกินอะไรไปบ้าง ลองจดบันทึกไว้ทุก ๆ สัปดาห์ดูสิ เพราะมันจะช่วยให้คุณยับยั้งชั้งใจ และควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารได้ดีเลยทีเดียว

32.ทานผลไม้สด ดีกว่าผลไม้ดอง หรือน้ำผลไม้ปั่น
-  น้ำผลไม้ปั่นมักผสมน้ำเชื่อม น้ำตาล ทำให้คุณสาว ๆ ได้รับน้ำตาลเกินความจำเป็น ขณะเดียวกัน ผลไม้ดอง ก็อาจมีสารแซคคารีน หรือที่เรียกว่าขัณฑสกรผสมอยู่ ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เพราะฉะนั้น ถ้าอยากได้วิตามินที่ครบถ้วน เลือกทานผลไม้สดดีกว่าแน่นอนค่ะ

33.ความเครียด คือ จุดอ่อน
- รู้ไหมคะว่า เมื่อฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ความต้องการอาหารในร่างกายเพิ่มขึ้น หรือทำให้หิวนั่นเอง แถมหิวบ่อยชนิดที่ไม่รู้ตัวเลยด้วย เพราะคนเครียดส่วนใหญ่มักจะจมอยู่กับความเครียด จนลืมสังเกตพฤติกรรมการกินของตัวเอง ดังนั้น ทำตัวเองให้ห่างไกลจากความเครียดเถอะค่ะ

34.หัวเราะ ช่วยลดความอ้วน
- งานวิจัยระบุว่า การหัวเราะจะทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ขณะเราหัวเราะ จะหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปได้มากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อท้องได้ออกกำลังไปในตัว

35.ชั่งน้ำหนักอาทิตย์ละครั้ง
- ไม่จำเป็นที่คุณจะรีบร้อน ชั่งน้ำหนักตัวทุก ๆ วัน เพราะหากคุณลดไม่ได้ดังใจปรารถนาแล้ว จะยิ่งทำให้คุณเครียดเสียเปล่า ๆ เพราะฉะนั้น ชั่งน้ำหนัก และเปลือยกายสำรวจตัวเองในห้องน้ำอาทิตย์ละครั้งก็เพียงพอแล้วล่ะ

เป็นใงบ้างค่ะทั้ง 35 ข้อเป็นการแนะนำ วิธีการลดน้ำหนัก วิธีการลดความอ้วน ยังใงลองนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันดูกันนะค่ะรับลองได้ผล 100% ค่ะ

ขอขอบคุณบทความดี ๆ จาก kapook.com

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More

 
Design by Free WordPress Themes | Bloggerized by Lasantha - Premium Blogger Themes | Facebook Themes